Like us On

# INSTAGRAM

เรียนต่อญี่ปุ่น (Study Japan)

==================================

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในเรื่องของ เทคโนโลยี และที่สำคัญ บริษัทของประเทศญี่ปุ่น ได้มาลงทุนในประเทศไทย เป็นอันดับ 1 มากกว่าทุก ๆ ประเทศ จึงทำให้เกิดความนิยมไปศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น มาอย่างต่อเนื่อง การไปเรียนต่อญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่จะได้ ความรู้ทางด้านวิชาการเท่านั้น การไป เรียนต่อญี่ปุ่น ยังจะได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาญี่ปุ่น อย่างเต็มที่อีกด้วย

โดยส่วนใหญ่ นักเรียนไทย มากว่า 75% นิยมไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นในหลักสูตร ภาษาญี่ปุ่น เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้ด้านภาษา รวมถึง เป็นการเตรียมตัว เพื่อเข้าเรียนต่อในระดับ ปริญญา ต่อไป

นอกจากในเรื่องวิชาการแล้ว ประเทศญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน แฟชั่น สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่เคยไปเยี่ยมชม ประทับใจ และอยากกลับไปอีกครั้ง

เรียนต่อญี่ปุ่น

ข้อดีของการเรียนในประเทศญี่ปุ่น 

ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นอย่างมากรองจากสหรัฐอเมริกา

มาตรฐานการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นที่สูง โดยดูจากอันดับโลก มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นประมาณ 10 แห่งอยู่ในระดับ Top 200 ของโลก

ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีความปลอดภัยจากอาชญากรรมของโลก โดยสถิติอาชญากรรมในประเทศญี่ปุ่นอยู่ในอันดับท้าย ๆ

เมื่อเรียนจบแล้ว มีโอกาสที่จะได้ทำงานต่อในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันสังคมญี่ปุ่นนั้นกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่ง มีอัตราส่วนของผู้สูงอายุ มากกว่า 20% จึงเป็นโอกาสที่ทางประเทศญี่ปุ่น จะรับคนเข้าทำงานมากขึ้น

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีสีสันมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่กิน ที่เที่ยว หรือ เรื่องแฟชั่น ดังนั้น น้องๆ ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะจะมี event ต่าง ๆ ที่น่าสนใจให้นักเรียนได้เข้าร่วมตลอด

มีสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ปลอดภัย เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมน้อย แม้ว่าจะทำของหล่นหายก็มักจะได้คืนเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ประเทศญี่ปุ่นมีความปลอดภัยเหมาะแก่การไปเรียนมาก
มีมรดกทางด้านวัฒนธรรม เช่น อาหารญี่ปุ่น และภูเขาไฟฟูจิ เพราะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ล้อมรอบไปด้วยทะเล จึงทำให้เป็นประเทศนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม

ประเทศญี่ปุ่น (Japan หรือ Nippon)

Japan เป็นชื่อเรียกที่ชาวต่างประเทศใช้เรียกประเทศญี่ปุ่น แต่จริง ๆแล้วชาวญี่ปุ่นนั้นจะเรียกประเทศของตนเองว่า Nippon หรือ Nihon ซึ่งในญี่ปุ่นเอง โดย Nippon (にっぽん) จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการมากกว่า ซึ่งเราจะพบคำนี้ทั้งในเหรียญเยน และตราแสตมป์ นอกจากนี้ความหมายทั้ง 2 คำนี้ยังหมายถึงดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ซึ่งเป็นคำเรียกประเทศญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยนั่นเอง

ภูมิประเทศ

ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย พื้นที่ทั้งหมดคิดเป็น 377,873 ตารางกิโลเมตร (เทียบเท่าประเทศเยอรมนีและประเทศสวิตเซอร์แลนด์รวมกัน แต่ก็ยังน้อยกว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย) ประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วย 4 เกาะหลัก และเกาะย่อยมากกว่า 4,000 เกาะ

สภาพภูมิอากาศ มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ

  • ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 13-25 องศาเซลเซียส
  • ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส
  • ฤดูใบไม้ร่วง : (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 22-27 องศาเซลเซียส
  • ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 05-07 องศาเซลเซียส

เวลา

ประเทศญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

ภาษา

ประชากรญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลัก ส่วนภาษาอังกฤษตามสถานที่สำคัญ เช่น โรงแรม, สนามบิน, สถานที่ท่องเที่ยว หรือ ตาม เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลท่องเที่ยวสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

เงินตรา

สกุลเงินญี่ปุ่น คือ เงินเยน ในท้องตลาดใช้ได้แต่เงินเยนเท่านั้น ดอลล่าสหรัฐแลกได้ตามธนาคาร และโรงแรม อัตราแลกเปลี่ยน 100 เยน = ประมาณ 36-38 บาท (ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2553)

เงินญี่ปุ่น

ธนบัตร ประกอบด้วย ธนบัตรใบละ 1,000, 2,000, 5,0000, 10,000 เยน
เงินเหรียญ ประกอบด้วย 1 , 5 , 10 , 50 , 100 , 500 เยน

ระบบไฟฟ้า

ญี่ปุ่น ใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดีโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาเตรียม ฟิล์มถ่ายรูป, แบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย

ระบบไฟฟ้าญี่ปุ่น

นักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่น

นับตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายที่จะรับนักศึกษาต่างชาติเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ว่าในศตวรรษที่ 21 จะรับนักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกให้ได้ถึง 100,000 คน และด้วยนโยบายนี้เอง ทำให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งมือในการพัฒนาระบบการศึกษาและวางแผนการเพื่อแก้ปัญหา ลดอุปสรรค และให้ความช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาต่างชาติได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ ในการศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นให้มากที่สุด และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศบ้านเกิดเมืองนอน หลังจากสำเร็จการศึกษา เช่น

  • การกระจายข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลในประเทศต่าง ๆ , การจัดนิทรรศการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงการบริการข้อมูลทางอินเตอร์เน็ท
  • การให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงิน ได้แก่การให้ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาทุนส่วนตัวที่มีผลการเรียนดี (ที่เรียนอยู่ในประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้ว ) , การลดค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
  • การให้ความช่วยเหลือในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ , ที่พักอาศัย ได้แก่ การสร้างที่พักเพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติเพิ่มมากขึ้น , ติดต่ออาคารพนักงานบริษัทให้นักศึกษาเช่าในราคาถูก , องค์กรท้องถิ่นต่าง ๆ ก็มีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมความสัมพันธ์และให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น
  • การเพิ่มหลักสูตรนานาชาติ ด้วยการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ในปัจจุบัน ระดับปริญญาโทและเอกที่สอนเป็นภาษาอังกฤษมี 43 หลักสูตรด้วยกัน
  • สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น มีการเปิดหลักสูตรที่หลากหลายและเปิดกว้างมากขึ้น เพื่อสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของนักศึกษา
  • การปรับระบบการสอบเข้าแบบใหม่เพื่อเอื้ออำนวยสำหรับนักศึกษาต่างชาติมากขึ้น ซึ่งเริ่มใช้ระบบใหม่นี้ในปี พ.ศ. 2545
  • การสนับสนุนโครงการศึกษาต่อเนื่อง สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาจากญี่ปุ่นแล้ว เช่นโครงการวิจัยระยะสั้นสำหรับนักเรียนเก่าญี่ปุ่น , การแนะแนวและสนับสนุนให้นักศึกษาดำเนินการศึกษาต่อเนื่องในระดับสูงขึ้น
Subscribe!
หลากหลายโรงเรียน ในต่างประเทศ มากกว่า 10000 ที่ทั่วโลก ปรึกษาทีมงาน  LSC free! เพื่อรับข้อมูลที่เหมาะสมกับแผนของน้องๆ Line: @LSCinter/Tel: 080.936.9898
Subscribe!